ผ้าปูที่นอนและชนิดผ้าที่น่าสนใจ

Percale: ผ้าปูที่นอน Percale จะเป็นผ้าฝ้ายที่ผ่านกระบวนการหวีแบบ Combed Cotton เหมือนกันแล้วนำมาทอละเอียด ซึ่งโดยปกติจะใช้ได้ทั้ง แบบผสมกับ Polyester หรือแบบผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์มีเนื้อผ้าที่นุ่มนวลกว่า และสัมผัสแล้วเนียนเรียบมากกว่าผ้ามัสลิน  และปกติแล้วจะทอที่ความละเอียดสูง 180 – 200 เส้นด้ายต่อตารางนิ้ว และเพราะว่าผ้าชนิดนี้ผสมกับ polyester ทำให้ผ้าชนิดนี้เรียบลื่นและเป็นรอยยับได้ยาก

Pima cotton:  ผ้าปูที่นอน ที่ทำจากผ้าฝ้าย Pima จะให้ความรู้สึกนุ่ม และเงางาม ซึ่งฝ้าย Pima ซึ่งเป็นวัตถุดิบของผ้าชนิดนี้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศออสเตรเลีย เปรู และสหรัฐอเมริกา ในเมือง Pima อริโซนา เราอาจได้ยินชื่อทางการค้าคือ Supima ซึ่งเป็นผ้าฝ้าย Pima100% ที่ได้จากฝ้าย Pima ซึ่งปลูกและผลิตขึ้นภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วน Superior Pima จะเป็นผ้าฝ้าย Pima ที่มีจำนวนเส้นด้ายต่อตารางนิ้ว 200 – 300 เส้นด้ายต่อตารงนิ้ว

Sateen: ผ้า sateen ทำจากเส้นใยจากธรรมชาติ และผ้าฝ้าย ซึ่งลักษณะของผ้า sateen จะคล้ายกับผ้าไหม และในการทอผ้าชนิดนี้มีความพิเศษเฉพาะตัวคือทอด้วยเส้นด้าย 4เส้น ทับบนเส้นด้ายเส้น ทำให้เนื้อผ้าที่ได้มีความนุ่มและเงางามที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว

Satin: ผ้า satin เป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยหลายๆชนิด ทั้งเส้นใยขนสัตว์ ใยฝ้ายacetate polyester ใยไหม หรือวัสดุอื่นๆซึ่ง ผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากผ้าชนิดนี้จะมีความนุ่มและเงางามเป็นพิเศษ

Silk: silk(ผ้าไหม) ถือว่าเป็นผ้าที่มีความหรูหรา เงางามและนุ่มนวลมากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะเส้นใยไหมเกิดจากการนำรังไหมมาคลี่ออก ทำให้เส้นใยที่ได้มีความยาวเป็นพิเศษได้ถึง 1,600 ฟุต และเหตุผลนี้ก็ทำให้ผ้าไหมมีความทนทานสูง ซึ่งการวัดคุณภาพของเส้นไหมใช้วิธีวัดน้ำหนักที่เรียกว่า momme weight วัดโดยนำผ้าหน้ากว้าง 45 นิ้ว ยาว 100หลา ซึ่งน้ำหนัก 2 ออนซ์ต่อ 1หลา จะเท่ากับ 12.5 momme weight และค่า momme weight ที่สูงหมายถึงเนื้อผ้าคุณภาพเนื้อผ้าที่สูงเช่นกันเพราะหมายถึงปริมาณการใช้ เส้นด้ายวัตถุดิบที่สูงเช่นกัน ซึ่งผ้าที่ใช้งานในเครื่องนุ่งห่มทั่วไปจะอยู่ที่ 8-12 momme ส่วนการนำมาผลิตเป็น ผ้าปูที่นอนจะมีน้ำหนักมากกว่านั่นคือ 16-19 momme ซึ่งการใช้งานผ้าชนิดนี้มีประวัติมายาวนานมากกว่า 3,000 ปีก่อน